เป็นบทสัมภาษณ์ที่ดี ส่วนตัวชอบแบบนี้ ไม่อวยเว่อ แถมเขียนไปแอบกัดจิกด้วยความรักเบาๆ ด้วย อ่านแล้วก็เห็นว่าทำงานเยอะ สู้ๆ อยากฟังอัลบั้ม อยากดูคอนอีกแล้ว
SAMURAI IN THE CITY OF ANGELS
สำหรับคนที่ไม่รู้ CITY OF ANGELS หมายถึงแอลเอค่ะ “ลอสเองเจิ้ลลีส”นั่นเอง แต่”กรุงเทพ”ก็เป็นซิตี้ออฟแองเองเจิ้ลนะ มาอยู่มั้ย มีผับเหมือนกัน
ปล. ถ่ายแบบย้อนยุคไปรุ่นพ่อยุคเจ็ดศูนย์ โนหมวก โนแว่น เสื้อเข้ารูป กางเกงขาเดฟลอยเติ่ง ชาตินี้คงได้เห็นหนนี้หนเดียว ขอบคุณโว้คมา ณ ที่นี้
English Translate by : http://annatanhe.livejournal.com/
จิน อาคานิชิ เรื่องราวกำลังเริ่มขึ้นที่ตรงนี้
ประตูรถสีดำเปิดออก และจิน อาคานิชิก็ลงมาจากรถ โลเกชั่นเป็นสตูดิโอถ่ายภาพในแอลเอใกล้ๆชายหาด venice ดารายุคเก่าอายุ 27 ปีมาพร้อมการไม่ได้โกนหนวด แต่งตัวสบายๆ สวมแจ็คเกตมีฮู้ดสีดำกับยีนส์ เสื้อตัวในใต้ฮู้ดเป็นคอวีสีขาว กับนาฬิกาข้อมือแบบผู้ชาย (ชุดเดิมตลอดๆ)
“จิน อาคานิชิ” ในเวลานี้กำลังจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในอเมริกา ทั้งซิงเกิ้ลแรก และการแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ร่วมกับเคียนู รีฟส์เรื่อง”47 RONIN” ที่จะฉายในปี 2555 ด้วย อย่างไรก็ดี นี่เป็นการเดิมพันที่พลาดไม่ได้สำหรับอาคานิชิ จิน ไม่ว่าในฐานะนักดนตรีหรือนักแสดง ศิลปินญี่ปุ่นน้อยคนนักที่จะสร้างชื่อในอเมริกาได้ และยิ่งหายากขึ้นไปอีกที่จะ มีชื่อเสียงไปพร้อมกันในสองที่ทั้งญี่ปุ่้นและอเมริกา
การสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นในลานของสตูดิโอ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งจินออกเสียงได้อย่างชัดเจนมาก คำถามแรกคือ คุณคิดยังไงกับงานของตัวคุณในฮอลีวู้ดที่ทำอยู่นี้ ? หลังความเงียบครู่หนึ่ง จินก็ตอบว่า “ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะว่าผมทำหลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน พอคิดว่าทำอะไรสักอย่างเสร็จแล้ว เรื่องต่อไปก็จะเข้ามาต่อทันที ผมจึงต้องโฟกัสอยู่กับสิ่งที่ทำในขณะนั้นๆ”
ฝากความฝันไว้กับดินแดนใหม่
สองตาของเขาถูกปิดไว้ใต้แว่นกันแดด เห็นอย่างนี้แล้ว ผมสงสัยว่าเขาย้ายมายังอเมริกาเพราะได้รับความสนใจจากสื่อญี่ปุ่้นมากเกินไป แต่ที่จริงแล้วเหตุผลของเขาที่มาแอลเอเพราะเขาสนใจในเพลงแบบอเมริกาต่างหาก ตลอดเวลาที่พูดคุยกันเรื่องเพลงที่เขาชอบ จินจะพูดคุยอย่างกระตือรือร้น และมีความสนใจเป็นพิเศษในเพลง “No love” ของ Eminem feat. Lil Wayne “เพลงช่วยสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นได้จริงๆเลยนะ” แล้วเขาก็ฮัมท่อนฮุกของเพลงออกมา “♫It’s a little too late~”
จากนั้นก็เป็นหัวข้อเรื่องสิ่งที่เขาสนใจในแอลเอ ชีวิตในแต่ละวันของเขา ” คนญี่ปุ่น คนอเมริกัน คนที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของเชื้อชาติและสีผิว” แต่ก็มาสนุกร่วมกันได้ใน American styled barbecue ซึงจินอธิบายว่ามันเป็น ” meat party” (ปารตี้กินเนื้อนะรึ) นอกจากนี้ก็ไปช้อปปิ้งที่ beverly center ซึ่งดูเหมือนว่าเขายังไม่พบแหล่งชอปปิ้งใกล้ๆ ที่พักของเขาเลย “มันยากนะ สำหรับผมที่จะหาซื้ออะไรดีๆ สักอย่าง อาจเพราะประเทศนี้มันใหญ่มากๆ”
ความรักที่มีต่อดนตรี
จินอธิบายถึงสไตล์แฟชั่นของตัวเองว่าเป็นแบบ “สบายๆ และ ไร้ราคา” (แปลว่าอะไรอีก แบบว่าไม่ค่อยมีค่า ฮาาาา) “ผมชอบชิ้นที่มันดูแล้วสามารถใช้ไปได้นานๆ แบบพวกแจ๊กเก็ตยีนส์” เขาไม่ได้พิถีพิถันถึงเรื่องยี่ห้อ กลับชอบสไตล์แบบพื้นๆของแอลเอด้วยการสวมใส่กางเกงขาสั้นกับรองเท้าแตะ ปัญหาในตอนนี้ของเขาก็คือชุดของเขาเหมือนคนที่กำลังจะไปทะเล ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีเวลาไปทำอะไรแบบนั้นเลย
ตั้งแต่จบการถ่ายหนังที่ลอนดอนและบูดาเปสท์ เขาก็กลับไปยังแอลเอในเดือนกรกฎาคม ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสตูดิโอเพื่อบันทึกเสียง ซิงเกิ้ลแรกของเขา “TEST DRIVE” ก็เพิ่งรีลิสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะเขียนเพลงเกือบทั้งหมดด้วยตัวเองแต่ก็ไม่ได้บ่นถึงความเหนื่อยยากในสิ่งที่ทำ “ขั้นตอนของการแต่งเพลงมันยุ่งจริงๆ ยากมากจริงๆ แต่เวลาที่ทำออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้วมันก็จะน่าพอใจ เป็นสิ่งที่สุดยอดจริงๆ”
พฤศจิกายน 2553 จินกับทัวร์อเมริกาอันท้าทาย การไปในสถานที่แตกต่างกันถึงห้าเมืองและมีแฟนๆมารวมตัวกัน อีกทั้งยังมีโชว์พิเศษถ่ายทอดสดทาง MTV ซึ่ง MTV ได้อธิบายว่า จินเป็นท้อปสตาร์จากเจป๊อป ผู้ซึ่งแต่งเนื้อเพลงของตัวเอง เล่นกีตาร์เอง และทำแม้กระทั่งปรับแต่งบทเพลงของเขาด้วยตัวเอง
ปลายปี 2553 จินเซ็นต์สัญญากับค่ายดังในอเมริกาอย่าง Warner Music Group และนับจากนั้นเขาก็เข้าสู่งานผลิตอัลบั้มของเขาซึ่งมีกำหนดวางแผงในปี 2555 แต่จนถึงตอนนี้ชื่ออัลบั้มและรายละเอียดต่างๆก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ ( จินยิ้มบางและบอกว่า “เรากำลังปรึกษากันอยู่” ) ถึงแม้ว่าจินจะเป็นแฟนตัวยงของเพลงฮิปฮอปแต่เขาก็ไม่ได้จำกัดให้การเดบิวต์ในอเมริกาของเขาต้องออกมาเป็นเพลงแนวนั้น “แนวเพลงฮิตมักจะเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ และก่อนที่จะพักคุณก็ต้องก้าวนำไปให้ได้ก้าวนึงก่อน แต่สำหรับผม ผมแค่อยากจะทำให้เพลงออกมาดี” เขากล่าวและเพิ่มเติมด้วยว่าจะมีความสุขถ้าแฟนเพลงที่ญี่ปุ่นจะเปิดใจยอมรับในเพลงภาษาอังกฤษของเขา “มันคงจะดีถ้าพวกเขาชื่นชอบในสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้” และเขากำลังเลือกใช้คำอย่างระมัดระวังและพูดกับแฟนๆว่า ” ถ้า(งานของ) ผมพอจะเป็นแรงกระตุ้นให้กับทุกคนได้”
จิตวิญญาณในฐานะนักแสดง
ตอนนี้ในมือของจินกำลังถือถ้วยกาแฟใบใหญ่ ค่อยๆจิบอย่างผ่อนคลายในขณะที่ให้สัมภาษณ์และพูดถึงเรื่องน่าสนใจเล็กๆน้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์๋ “47RONIN” เป็นอีกหนึ่งในเรื่องราวเกี่ยวกับซามูไรของญี่ปุ่น และมีกำหนดฉายในช่วงฤดูหนาวปี 2555 อย่างไรก็ตาม หนังก็มีความจากแตกต่างจากหนังย้อนยุคทั่วไปตรงที่มีความเป็นแฟนตาซีมากกว่า การถ่ายทำเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในยุโรป และมั่นใจได้ว่านี่เป็นงานที่จะกลายเป็นอีกก้าวสำคัญของ อาคานิชิ จิน งานที่จะเปิดทางสู่การเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับสากล
เขากล่าวว่าสนุกมากกับการแสดงนำร่วมกับเคียนู รีฟส์ เรื่องที่จำได้ดีที่สุดคือการได้เล่นหมากรุกญี่ปุ่นด้วยกันเป็นประจำ ระหว่างพักเกมพวกเขาต้องกลับไปถ่ายหนัง และก็ต้องจบเกมไปโดยไม่มีผู้ชนะ ถึงจะดูเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันนี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่จู่ๆเขาก็ตระหนักว่านี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย “ถึงเราจะพูดคุยกันแบบตรงๆ ต่อกัน แต่พอนึกได้ว่านี่เคียนู รีฟส์เลยนะ นักแสดงนำของเดอะเมทริกซ์ !! ก็จะมีสติรู้ตัวขึ้นมา “
ระหว่างที่ถ่ายหนังอยู่ คุณรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณแห่งซามูไรมั้ย ? จินพิจารณาคำถามของผมอย่างจริงจังมาก มันดูเหมือนเขาได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับความเพียรและอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่สำคัญต่ออาชีพของเขา เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าจากญี่ปุ่นไปสู่เวทีระดับโลก ในความจริงแล้วดูเหมือนการเตรียมพร้อมเพื่อการแสดงเป็นซามูไรนั้นไม่ค่อยยากอะไร “โดยรวมแล้ว ผมสนุกกับมันมาก ปล่อยความรู้สึกไปตามการถ่ายทำ ตั้งใจที่จะเรียนรู้และเก็บเกี่ยวจากนักแสดงคนอื่นๆ ผมได้เรียนรู้ด้านการแสดงมากขึ้นจริงๆ” ดูเหมือนว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์จะสร้างความประหลาดใจให้เขามากมาย มันยังเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ใช้ห้องแต่งตัวในรถเทรลเลอร์แบบนักแสดงหนังฮอลีวู้ดด้วย “ทุกอย่างๆ มันแตกต่างมากๆเลย”
ถึงตอนนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสัมภาษณ์มาที่เขาถอดแว่นของเขาออก และเปิดเผยให้เห็นถึงนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม นี่คงเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดการสัมภาษณ์ ต่อจากนี้จินจะต้องไปถ่ายแบบต่อซึ่งก็เป็นอีกวันธรรมดาๆ วันนึงในแอลเอของเขา (ที่ต้องมีสัมภาษณ์ มีถ่ายแบบ) ก้าวสำคัญนี้จำเป็นต่อการจะนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จในระดับสากล งานที่ทำเพื่อสานฝันของเขาให้เป็นจริงในอเมริกา
เขาในตอนนี้จำเป็นต้องเป็นเหมือนซามูไรที่อ่อนน้อมถ่อมตนและพากเพียร
… ซึ่งในข้อนี้เขาเองก็รู้ดี


