ยอมรับว่าไปดูเรื่องนี้เพราะ ยามะพี
มังงงมังงะอะไรไม่เคยอ่านกะเค้า แต่เพื่อนๆผู้ชายก็บอกเรื่องนี้ดังมานานแล้ว
Yamashita Tomohisa starring Joe Yabuki
Iseya Yusuke starring Tohru Rikiishi
Danpei Tange ลุงสอนมวย // Yoko Shiraki หญิงสาวเจ้าของค่ายม่วยของริกิชิ
theme song ~ Utada Hikaru – Show me love (Not a dream)
หนังเปิดเรื่องด้วยภาพของหมู่บ้านอันทรุดโทรมในญี่ปุ่นสมัยก่อนยุคดิจิตอล แพนกล้องไปเรื่อยๆ ตัดสลับกับภาพของ “โจ” เด็กหนุ่มคนนึงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งอย่างต่อเนื่อง ท่าทางซอมซ่อขัดกับหน้่าตาหมดจด และอาจเป็นเพียงคนพเนจรด้วยซ้ำ เพราะในวันที่ฝนตกหนัก เขาทำได้เพียงนั่งหลบอยู่ข้างกองขยะข้่างทาง ….
.. ฝนหยุดตกแล้ว เด็กหนุ่มคนเดิมเดินออกจากเมืองอันวุ่นวาย สองขาพาตัวเองมาหยุดอยู่กลางสะพานข้ามแม่น้ำเล็กๆสายหนึ่ง เบื้องหน้าของเขาเป็นสลัมขนาดย่อม สถานที่ที่หนังกวาดภาพให้เราดูไปแล้วเมื่อครู่นี้
…. ทันทีที่เขาออกเดิน ชื่อของเรื่องก็ปรากฎขึ้น Ashita no Joe ราวกับจะบอกว่านับจากที่เขาได้ข้ามสะพานนี้ไป วันพรุ่งนี้ของเขาก็จะไม่เหมือนเดิม
โจพบกับลุงขี้เมาคนหนึ่งและมีเรื่องชกต่อยกับคนที่มาทวงหนี้ลุง จากนั้นก็โดนลากเข้าห้องขัง ~ ห้องขังที่มีไว้ขังคนจน จะเรียกว่าอย่างนั้นก็คงไม่ผิด ลุงถูกชะตากับหน่วยก้านและฝีมือของโจจึงหมั่นส่งไปรษณียบัตรไปหาเขาในคุก เพื่อสอนเทคนิคการฝึกให้สามารถต่อยได้อย่างมืออาชีพ ทีแรกโจไม่สนใจนักแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อพบว่าบทเรียนแรกที่ลองฝึกไปเล่นๆ แก้เซ็ง มันกลับสามารถช่วยให้เขาชนะคู่ต่อสู่ในชีวิตจริงได้
“ริกิชิ” นักมวยอาชีพที่พลั้งพลาดทำสิ่งผิดจนต้องระเห็จมาอยู่ในคุก หมัดตรงของเขาเป็นที่รู้กันดีอย่างแพร่หลายว่าใช้น๊อคคู่ชกมามากมายบนสังเวียน ซึ่งข้อนี้ก็เป็นเรื่องที่เจ้าตัวภูมิใจนัก กระทั่งเมื่อมาเจอกับ โจ ในคุก และได้ชกกันโดยบังเอิญ ริกิชิก็รู้สึกว่าตัวเองถูกลบเหลี่ยมอย่างรุนแรง ที่ปล่อยให้เด็กไม่รู้หัวนอนที่ไหนก็ไม่รู้คนนึง ใช้หมัดสวนกลับและจบการแข่งขันด้วย Double KO ไปได้
… วันที่ริกิชิได้ออกจากคุก เขาจึงทิ้งท้ายสั้นๆกับโจไว้ว่า “จะรออยู่” ~~ รอเพื่อจะตัดสินว่าเขาต่างหากที่แข็งแกร่งกว่า
- – - – - – - - – - – - – - -
~~ โจเดินทางตามเส้นทางนักมวยอาชีพ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ริกิชิ หน่วยก้านดีและเทคนิคการต่อยแยบคายที่แหกกฎและไม่เหมือนใคร ทำให้โจเป็นที่จับตามองของคนทั่ววงการ แต่ถึงอย่างนั้น โจ ก็ยังอยู่กับ “ปัจจุบัน” ทุกๆอย่างที่คิด ทุกๆอย่างที่ทำเพียงเพื่อให้วันนี้ของเขาดีที่สุดอย่างที่ใจเขาคิด
… โดยไม่รู้เลยว่า เมื่อวัน “พรุ่งนี้” มาถึง บางสิ่งบางอย่างมันก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว
